บทสรุปของบล็อกเรื่อง “การร้องเพลง”

การร้องเพลงให้ดีและมีคุณภาพนั้น ต้องอาศัยเทคนิคต่างๆมากมาย รวมทั้งการแสดงบนเวทีก็ต้องมีลีลาและประสบการณ์ที่ดีเช่นกัน เมื่อซ้อมร้องเพลงก็ไม่ควรหักโหมจนเกินไป เพราะอาจจะส่งผลเสียต่อเส้นเสียงได้ นอกจากนี้ ยังต้องคอยดูแลและถนอมเส้นเสียงให้ดี เช่น การพักผ่อนให้เพียงพอ และ อย่าลืมดื่มน้ำอุ่นเพื่อให้เส้นเสียงไม่หดตัวนะคะ ถ้าคุณเป็นคนหนึ่งที่รักในการร้องเพลง เราก็หวังว่าบล็อกนี้ จะสามารถมอบความรู้เกี่ยวกับการร้องเพลงให้คุณมากขึ้นนะคะ สุดท้ายนี้ขอขอบคุณ http://music.pwa.co.th   http://th.wikipedia.org และ http://guru.google.co.th ที่ให้ข้อมูลในการจัดทำบล็อกนี้ขึ้นมาด้วยค่ะ

บ๊ายบายยยยยยย  (^O^)/


คำถามและคำตอบต่างๆเกี่ยวกับการร้องเพลง

1. เคล็ดลับในการหายใจ สำหรับคนที่เพิ่งเริ่มหัดร้องเพลง เพราะมักจะหายใจไม่ทันและเหนื่อย ร้องแล้วบางทีลมไม่พอ ทำให้เสียงขาดหาย

ตอบ การหายใจที่ถูกต้องคือ การเก็บลมที่กระบังลม พองรับลมเก็บลมเข้าไว้ ใช้ลมจากกระบังลม Control ให้เส้นเสียงสั่นสะเทือน ถ้าเปลี่ยนวิธีการหายใจมาใช้กระบังลมได้ บางทีน้องจะหายใจง่ายขึ้น เพราะการหายใจด้วยกระบังลม มันใช้เวลาเสี้ยววินาทีในการเก็บลมให้เต็ม

——————————————————————————–
2. รู้สึกว่าเสียงร้องของตัวเองไม่มีพลัง ควรทำไงดี อีกอย่างหนึ่งการที่จะร้องเพลงให้มีทั้งน้ำเสียงและ feelling ที่ดีควรทำอย่างไร

ตอบ ต้องรู้จัก Project เสียง เริ่มจากรู้จักการบังคับกระบังลม อย่างเช่น การบังคับกระบังลมเนี่ย เราหายใจเข้าเก็บลม กระบังลมพองเต็มที่แล้ว ปล่อยเสียง เราบังคับกระบังลมให้ Project เสียงทีเดียว ให้มีพลัง เราทำได้แล้ว เราจะเริ่ม Project เสียง บังคับกระบังลมได้นะ มันมีวิธีการฝึกฝน แบบฝึกหัดเยอะแยะ อย่างเช่น Sit Up หรือว่า เพิ่มพลังให้กระบังลม ยกน้ำหนักกระบังลม น้องๆ ก็คงต้องเน้นที่กระบังลม เก็บลมและ Control ได้เต็มที่ จะทำให้เสียงมีพลังมากขึ้น

——————————————————————————–
3. ร้องเพลงแล้วรู้สึกเหมือนเสียงสั่นๆไม่รู้ว่าเป็นเพราะอะไร

ตอบ เสียงสั่นมี 2 กรณีนะครับ – คือเกร็ง เวลาร้องเพลงแล้วเกร็ง เส้นเสียงมันจะตึง ทำให้สั่นสะเทือนไม่ได้เต็มที่ – อีกอันหนึ่งก็คือ ลมที่ใช้บังคับให้เส้นเสียงสั่นสะเทือน ไม่เพียงพอ เพราะฉะนั้นต้องลองเช็คดูว่า ลมพอรึเปล่า หรือว่าน้องร้องเกร็ง แล้วก็แก้ไขที่จุดนั้นๆ

——————————————————————————–
4. ผมเป็นคนที่ร้องเสียงสูงไม่ค่อยได้ ทำอย่างไรให้สามารถร้องเสียงสูงได้บ้างครับ โดยเฉพาะเพลงพี่เบิร์ดร้องยากมาก ถ้าจะร้องให้ได้ตามคีย์เสียงพี่เขานั้นยากมากสำหรับผม

ตอบ จริง ๆ แล้ว อย่างที่บอกว่าการร้องเพลง เสียงจะถูกกำหนดโดยสรีระร่างกายคนเราแต่ละคนก็ไม่เหมือนกัน เพราะฉะนั้นอยากจะเป็นคนอีกคนนึง มันก็ยาก แต่มันก็ไม่ถึงกับทำไม่ได้ จะต้องมีการฝึกฝนที่ถูกวิธี หายใจให้ถูกต้อง รูปปากถูกต้อง ค่อย ๆ Vocalize เสียงให้สูงขึ้น แต่ยังไงก็ตาม คนบางคนก็อาจจะไม่สามารถร้องได้ เพราะระดับของเสียงมันถูกกำหนดโดยสรีระร่างกาย เพราะฉะนั้นถ้าอยากร้องเพลงพี่เบิร์ด ก็อาจจะต้องลดคีย์ลงมาดีกว่า อย่าไปบังคับให้เสียงสูงขึ้นโดยการตะโกน มันจะทำให้เสียงเสีย

——————————————————————————–
5. วิธีการร้องเสียงหลบเป็นยังไง มีเทคนิคในการร้องแบบไหน แล้วร้องยากไหม

ตอบ การร้องเสียงหลบนี่ก็คือเสียง Head Tone ค่ะ วิธีการร้องก็ต้องเปิดคอ ก็คือให้คอ เราเป็นโพรง แล้วโยนเสียงขึ้นไปให้ก้องกังวานอยู่บริเวณที่เป็น Head Tone จริง ๆ ถามว่าร้องยากมั้ย ไม่ยากนะ แต่จะต้องมีการฝึกฝนที่ถูกวิธีนิดนึง แล้วก็มีครูที่มีประสบการณ์ช่วยชี้แนะ

——————————————————————————–
6. ร้องเพลงไม่ค่อยเข้ากับดนตรีเลย เป็นคนเสียงต่ำทำให้ร้องเพลงเสียงสูงไม่ได้ พอร้องเสียงมันจะขาดไป อยากร้องเพลงเสียงสูงได้ และการร้องแบบมีลูกคอทำยังไงคะ อยากมีลูกคอเหมือนกับนักร้องดังๆบ้าง ควรฝึกยังไง

ตอบ อยากร้องเสียงสูงได้ต้องฝึกนะ ก็คือฝึกการวอร์มเสียงด้วย แล้วก็จะต้องมี ครูที่ชำนาญช่วยในการ ฝึกฝน อย่างที่พี่แอนบอกว่า เสียงจะถูก Limit ด้วยสรีระร่างกาย เรา ดังนั้นการที่จะยืดให้เสียงสูงขึ้นหรือต่ำลงจะต้องมีคนที่มีประสบการณ์มี ความรู้มากกว่าที่จะช่วยยืดเสียงนั้น ร้องแบบมีลูกคอทำยังไง? ลูกคอ คือการสั่นสะเทือนเราเรียกว่า Vibration ค่ะ เพราะฉะนั้นลูกคอก็คือการสั่นสะเทือนของโน้ต 2 ตัว ให้หาโน้ต 2 ตัว ลองฝึกฝนร้องจากโน้ตแต่ละโน้ต อย่างสมมุติ \”มีฟ้า มีฟ้า มีฟ้า…\” เราร้องให้เร็วขึ้น แล้วมันจะเกิดลูกคอได้

——————————————————————————–
7. อยากทราบเทคนิคการร้องแบบ R&B ว่าทำยังไงค่ะ แล้วก็สนใจอยากร้องให้ได้แบบ Mariah (แบบหอนๆ หน่อย) อยากรู้ว่าหัดยังไง

ตอบ คนที่ร้อง R&B ได้จะต้องเป็นคนที่ฟังเพลงเยอะๆ แล้วก็รู้จักการใช้โน้ตหลายๆ ตัว แทนที่จะร้องลากเสียงแค่โน้ตเดียว ก็จะเปลี่ยนโน้ตไปเรื่อยๆ มันจะมีสเกลหลายสเกลที่จะใช้ฝึกนะคะ อย่างเช่น Melodic Scale คือสเกลที่เป็นเครื่องเสียงหมดเลย ฝึกอันนี้ก็ได้ หรือว่าฟังเพลงเยอะๆ ก็ได้
——————————————————————————–
8. เพื่อนๆมักจะบอกว่า ผมร้องเพลงสมูทมากๆ คือเรียบหมดทั้งเพลง ไม่มีสูง-ต่ำ ทั้งๆที่ผมรู้สึกว่าผมออกเสียงสูงต่ำชัด อาการของผมคือ ร้องเสียงต่ำปั๊บ ล่มทันที คือร้องได้ แต่ว่าไม่ค่อยมีคีย์ เสียงสูง ก็สูงมากไม่ได้ เพราะเสียงผมขาดพลัง ลงต่ำไม่ค่อยได้ แต่เพื่อนบอกว่าผมเนื้อเสียงดีนะ ช่วยตอบด้วยนะครับ ขอบคุณครับ

ตอบ เป็นเสียงโมโนโทน คือร้องเสียงคีย์เดียวกันตลอด ปัญหาคงอยู่ที่ ear training คือปัญหาของการรับฟัง เพราะถ้าเรามีประสาทหูที่ดีเราจะรับฟังเสียงสูงและเสียงต่ำ แล้วก็สามารถทำตามได้จากสิ่งที่ได้ยิน เพราะฉะนั้น ของน้องคงต้องเริ่มตั้งแต่ ear training ก่อน คือฝึกประสาทรับฟังที่ถูกต้องก่อน เพื่อจะได้จับเสียงสูง-เสียงต่ำ และความแตกต่างของเสียงได้ เนื้อเสียงดีก็ดีแล้วค่ะ แต่จริงๆสิ่งที่สำคัญที่สุดอีกอย่างของการร้องเพลง คือประสาทรับฟัง

——————————————————————————–
9. “เอกลักษณ์การร้องเพลงที่เป็นตัวของตัวเอง” ฟังแล้วเหมือนง่าย แต่ยากจังนะคะ เราจะรู้ได้อย่างไรว่าเอกลักษณ์ของเราคืออะไร เพราะอย่างหนูเองเวลาร้องตามนักร้อง หนูมักจะหัดออกเสียงตามแบบที่เขาร้อง แรกๆหนูก็ไม่รู้ตัวหรอกค่ะ แต่พอมาฟังคนพูดเยอะๆว่า นักร้องคนนี้ ร้องเพลงมีเอกลักษณ์เป็นของตัวเองดี ก็เลยฉุกคิดว่า แล้วเราล่ะมีเอกลักษณ์การร้อง เป็นของตัวเองบ้างหรือเปล่า

ตอบ จริงๆแล้วเอกลักษณ์ มันก็คือเทคนิคในการร้องเพลง อย่างที่เวลาน้องร้องเพลงตามศิลปินคนอื่นๆ เขาจะมีเทคนิคแต่ละคนที่ไม่เหมือนกัน ทีนี้การใช้เทคนิคในคำแต่ละคำในเพลง มันอาจจะมีหลายเทคนิค ที่จะใช้กับคำๆนั้น ถ้าน้องสามารถหาวิธีที่น้องถนัด แล้วก็ลงไปร้องคำกับคำๆนั้นให้เหมาะสม มันก็จะเป็นเทคนิค ส่วนตัวของเราได้ ซึ่งตรงนี้เป็นขั้น advance แต่จริงๆแล้วถ้าฟังเพลงเยอะๆ เราก็จะจับเทคนิคได้ ถ้าจะให้แนะนำก็ลองปรึกษาหรือลองไปเรียนกับครู ที่มีความรู้ความสามารถ เพื่อที่จะได้พัฒนาเทคนิคของตัวเองขึ้นไป แล้วจะได้เข้าใจว่าอะไรคือเอกลักษณ์ของตัวเอง

——————————————————————————–
10. อยากทราบวิธีวอร์มเสียงก่อนขึ้นเวทีค่ะ

ตอบ วิธีการวอร์มเสียงง่ายๆ วอร์มสเกล เมเจอร์สเกล โด เร มี ฟา ซอล ลา ที โด หรือว่าเป็นอาเพ็จจิโอ โด มีซอล โด ซอล มี โด อะไรอย่างเนี้ย แล้วก็ค่อยไล่สเกลขึ้นไปเรื่อยๆ ก็จะช่วยได้ หรือว่าเป่าลม เป่าปาก ก็จะช่วยรีแล็กซ์กล้ามเนื้อที่ปาก ที่คาง ที่ขากรรไกรได้ อาจจะวอร์มร่างกายให้อบอุ่นด้วยอีกอย่างหนึ่งก็ดี

——————————————————————————–
11. การร้องเพลงร็อคควรใช้เสียงประมาณไหนครับ

ตอบ การร้องเพลงทุกเพลง ต้องเริ่มต้นที่การร้องเต็มเสียง เต็มเสียงยังไง? หมายความว่าเต็มเนื้อเสียงที่เราใช้ในการพูด เป็นเสียงมาตรฐานของการร้องให้เต็มเสียง เพลงร็อคก็ควรจะเป็นแบบนั้นเหมือนกัน แต่ว่าเพลงร็อคของน้อง อาจจะเป็นไฮร็อก หรือว่าเฮฟวี่เมทัล อาจจะต้องใช้เสียงมากกว่านั้น ซึ่งอาจจะต้องมีครูแนะนำ เพราะว่าบางทีถ้าใช้เสียงผิดวิธี มันจะทำให้เส้นเสียงอักเสบได้ แต่ว่าเริ่มร้องเพลงเนี่ย ควรจะร้องให้เต็มเสียงก่อนแล้วกัน

——————————————————————————–
12. อยากร้องเพลงเก่ง มีปัญหาตอนที่ร้องเสียงสูง เสียงจะเพี้ยนและแตกทุกครั้ง ตอนนี้ผมทำงานในด้านนี้ด้วย(ร้องเพลงที่ผับตอนกลางคืน) ช่วยบอกวิธีให้ด้วยนะครับ ขอบคุณล่วงหน้าครับ

ตอบ 1. เบสิค คือการหายใจที่ถูกต้อง ประสาทรับฟังที่ถูกต้อง รูปปากที่ถูกต้อง 2. ริธึ่มมิค คือ จังหวะที่ดี 3. เทคนิค คือ การร้องอย่างมีสไตล์ มีเทคนิคเป็นของตนเอง เพราะฉะนั้นถ้าอยากร้องเพลงเก่งๆ พี่ว่ากลับไปที่เบสิคของการร้องเพลง ต้องเช็คว่าหายใจถูกต้องหรือยัง? หายใจด้วยกระบังลมหรือเปล่า? รูปปากถูกต้องชัดเจนหรือยัง? เพราะว่าบางทีถ้าร้องเสียงสูงแล้วเสียงไม่ถึง มันมี 2 กรณีคือ เสียงไม่ถึงเพราะลมไม่พอ กับอีกกรณีหนึ่งคือร้องไม่ถึง เพราะว่ามันสูงเกินเร้นจ์(Range)ของเสียงเราเกินไป เพราะฉะนั้นต้องเช็คให้ดีว่ามันเป็นเพราะอะไร แล้วก็แก้ไขที่สาเหตุนั้น ถ้าร้องไม่ถึง ร้องเพี้ยนหรือเสียงแตก เพราะว่าลมไม่พอ อาจจะเป็นเพราะว่าเบสิคของการใช้ลมหายใจเราผิด ต้องไปปรับแต่งตรงนั้นให้ได้

——————————————————————————–
13. ทำยังไงเสียงของเราถึงจะใสและฟังเพราะ ไม่ตํ่าหรือสูงเกินไป

ตอบ จริงๆการร้องเพลงมันต้องร้องตามเมโลดี้ ถ้าเมโลดี้มันต่ำหรือมันสูงก็ต้องร้องตามนั้น ทำยังไงให้เสียงใสตลอดเวลา ก็คงจะต้องอยู่ที่วิธีการรับประทานอาหาร สุขลักษณะ โภชนาการ แล้วก็การพักผ่อนให้เพียงพอ ออกกำลังกายให้เต็มที่

——————————————————————————–
14. เวลาร้องคอรัสทำอย่างไร? ไม่ให้หลงไปกับ line ของเมโลดี้

ตอบ อันนี้ต้องฝึกที่ ear training นะคะ เพราะว่าถ้าประสาทรับฟังของเราดี ไม่ว่าจะมีเสียงอะไรมารบกวน เราก็จะไม่เป๋ไปตามเสียงนั้น ต้องฝึก ear training แล้วก็ต้องฝึกสมาธิในการร้องเพลง ซึ่งในการร้องเพลง เราต้องคิดหลายๆเรื่องพร้อมๆกัน เราจะต้องแยกประสาทส่วนต่างๆในการควบคุมตัวเองให้ได้ ถ้าเราฝึกตรงนี้ได้ มันจะช่วยให้เราร้องคอรัสได้ดีขึ้น แต่ที่สำคัญต้องเริ่มที่ ear training ก่อน

——————————————————————————–
15. หนูมีปัญหาอยากถามพี่ดังนี้ คือเวลาที่ร้องเพลง(หนูเป็นนักร้องและนักดนตรี) ขึ้นเสียงสูงมาก ๆ เมื่อก่อนจะร้องไม่ได้ ปัจจุบันร้องได้แล้ว แต่จะมีปัญหาว่า ตอนช่วงเย็นถึงหัวค่ำ จะร้องเสียงสูงไม่ค่อยได้ คือเหมือนกับเสียงจะแหบ แต่ว่ายิ่งดึก เสียงจะยิ่งใสขึ้นมากๆ คนอื่นมีปัญหาแบบนี้บ้างมั้ย หนูจะร้องเพลงตั้งแต่ช่วงสองทุ่มถึงเที่ยงคืน คืนหนึ่งร้องถึง 30 เพลงรวด มีเบรค 1 ชั่วโมง และอยากรู้เคล็ดลับที่ทำให้เสียงไม่แหบ

ตอบ ถ้าเราใช้เสียงเยอะในช่วงกลางคืน ยิ่งดึกมันก็จะเหมือนคนทั่วไป คือตอนเช้าเพิ่งตื่นขึ้นมาเสียงจะแหบ แล้วเสียงมันจะค่อยวอร์มไปเรื่อยๆ คือค่อยๆทำงานไปเรื่อยๆ จนประมาณเที่ยงวัน พอถึงตอนเย็นเสียงมันก็จะใสเต็มที่ เพราะฉะนั้นถ้าน้องร้องเพลงกลางคืน น้องก็ต้องเปลี่ยนลักษณะการนอน การกินอยู่ เป็นนอนตอนกลางวันให้เต็มที่ เท่ากับคนทั่วไปที่เขานอนตอนกลางคืน แล้วตื่นขึ้นมาก็จะมีระยะเวลา ในการให้เสียงมันวอร์มอัพก่อน อาจจะพูดคุยกับเพื่อนให้เสียงมันเข้าที่ ก่อนที่จะไปทำงานตอน 2 ทุ่ม ไม่ใช่ว่าน้องตื่น 6 โมงเย็น แล้วรีบอาบน้ำ แต่งตัวไปทำงานตอน 2 ทุ่มเลย เสียงจะยังไม่มา มันต้องให้ระยะเวลาในการตื่น ในการให้เสียงมันวอร์มอัพก่อน จริงๆก็คือต้องเปลี่ยนวิธีการนอน เปลี่ยนวิธีการกินอยู่ ชีวิตประจำวันให้ต่างจากคนทั่วไป ถ้าไม่อยากให้เสียงแหบ หรือว่าใช้เสียงให้ถูกประเภท หายใจให้ถูกต้อง เบสิคในการร้องเพลงต้องถูกต้อง มันจะช่วยให้การร้องเพลงสบายขึ้น

——————————————————————————–
16. อยากทราบว่ารูปร่างมีผลต่อการร้องเพลงหรือไม่ ถ้าผมอ้วนนี่จะมีส่วนต่อการร้องเพลงหรือเปล่าครับ แล้วมีผลอย่างไรบ้าง

ตอบ รูปร่างมีผลต่อการร้องเพลงอยู่แล้ว เพราะว่าเสียงในการร้องเพลง เกิดจาก 3 ส่วนในร่างกายของคนเรา ส่วนที่1 เราเรียกว่า เชสโทน คือทรวงอก ส่วนที่ 2 เราเรียกว่า เม้าธ์โทน คือโพรงปาก ส่วนที่ 3 เราเรียกว่า เฮดโทน คือโพรงสมอง ร่างกายของคนเรา สรีระแต่ละส่วนจะเป็นตัวกำหนดให้เสียงต่างกันไป อย่างเช่น ทรวงอก คนที่รูปร่างใหญ่จะร้องเสียงต่ำ มีพลังได้ดีกว่าคนที่ผอม หรือว่าคนที่มีโพรงสมอง อย่างเช่น พวกคนผิวดำหน้าผากเขาจะโหนกขึ้นมานิดหนึ่ง จะทำให้ช่วยในการร้องเสียงสูงได้ เพราะฉะนั้นสรีระร่างกายเป็นตัวกำหนดการร้องเพลง แต่จริงๆแล้วถ้าได้เรียนรู้หรือฝึกฝนเพิ่มเติม ก็จะช่วยยืดเร้นจ์ของเสียง หรือระดับระยะห่างของเสียงให้กว้างขึ้นได้

——————————————————————————–
17. จะทำยังไงให้เสียงคงที่ ไม่แกว่งครับ ต้องทำไงดี

ตอบ เก็บลมให้ดี และ Control เสียงด้วยลมจากกระบังลม
——————————————————————————–
18. ผมเรียนร้องเพลงเบื้องต้นอยู่ที่เชียงใหม่นะครับ ตอนนี้ใกล้จะจบคอร์สแล้ว แต่มีปัญหาว่าผม ร้องเพลงเสียงสูงๆ แล้วมักจะบีบเสียง ครูที่สอนบอกว่าผมเกร็งไป และเสียงผมชอบเป็นเสียง แฟลต จะทำอย่างไรดีครับ ช่วยแนะนำด้วย เพื่อการร้องเพลงของผมจะได้ไม่มีข้อผิดพลาดอีก

ตอบ ร้องเสียงสูงต้องเปิดคอและ Swing เสียงไปที่ Head Tone ลองให้ครูช่วยด้วย

——————————————————————————–
19. อยากทราบว่าเราจะมี วิธีการร้องเพลงอย่างไรให้เสียงกว้างๆ

ตอบ หมั่น Vocalize เสียง จะช่วยยืดให้เสียงกว้างขึ้น

——————————————————————————–
20. เคล็ดลับการรักษาเสียง เคล็ดไม่ลับในการรักษาเสียงและร้องเพลงคืออะไร

ตอบ พักผ่อนให้เพียงพอ ออกกำลังกายสม่ำเสมอ

——————————————————————————–

21. เทคนิคการร้องแบบใช้เสียงลม การร้องเเบบใช้เสียงลม ถือว่าเป็นการร้องที่ผิดวิธีรึเปล่าครับ เพราะว่าร้องแบบไม่เต็มเสียง เห็นนักร้องบางคนนำมาใช้กัน

ตอบ เสียงลมถือเป็นเทคนิคอย่างหนึ่ง แต่ควรใช้เฉพาะบางคำในเพลงเท่านั้น ไม่ใช่ตลอดทั้งเพลง เพราะจะทำให้ไม่มีพลังและ Control เสียงลำบาก

——————————————————————————–
22. ทำอย่างไรถึงจะรู้เสียงจริงๆ ของตัวเอง เวลาร้องเพลงแล้วพยายามร้องให้เต็มเสียงทีไร คนที่บ้านก็จะบอกว่าฟังแล้วแสบแก้วหูบ้าง บอกว่าเราเสียงแหลมบ้าง แต่พอเราทำเสียงให้ soft ลงมาหน่อยเค้าฟังแล้วก็รู้สึกดีขึ้นนะคะ แต่หนูก็รู้สึกว่าพอขึ้นเสียงสูงแล้วเสียงจะเหมือนคนเป็นหวัดค่ะ ตอนนี้ก็เลยสับสนว่าควรร้องยังไงให้ฟังออกมาดูไพเราะน่ะค่ะ เพราะหนูเป็นคนค่อนข้างเสียงแหลมค่ะ ทำอย่างไรถึงจะรู้เสียงจริงๆของเราค่ะ

ตอบ ใช้เทียบจากเสียงพูดตัวเองก่อน จะได้เสียงที่เป็นธรรมชาติที่สุดเวลาร้องเพลง

——————————————————————————–
23. เวลาร้องเพลงจะรู้ได้อย่างไรว่า ควรให้เสียงลงคอ หรือขึ้นจมูกอย่างไร มากน้อยเพียงใด หรือว่าเป็นเอกลักษณ์ของแต่ละคน

ตอบ เวลาร้องเพลง เสียงไม่ควรจะขึ้นจมูก เพราะว่าเวลาเสียงขึ้นจมูก คอมันจะปิด พอคอปิดเสียงจะแบน เสียงที่เราต้องการในการร้องเพลงก็คือเสียงกลม เสียงที่มาจากกำบังลมของเรา ทีนี้ก็คลิกเข้าไปดูในเรื่องการออกเสียงที่ถูกต้องนะคะ เพราะฉะนั้นการร้องเพลงมีวิธีง่ายๆก็คือ อย่าเรียกเสียงขึ้นคอหรือขึ้นจมูกดีกว่า เรียกว่าเราควรอ้าปากให้กว้างมากที่สุดเท่าที่สระตัวนั้นควรจะออกเสียงแบบ นั้น เพราะบางคนร้องเพลงไม่อ้าปาก เสียงจะขึ้นจมูกและเสียงแบน

——————————————————————————–
24. ร้องเพลงไม่ค่อยตรงคีย์ครับ ทำให้ไม่มั่นใจเลยเวลาจะต้องร้อง ต้องฝึกยังไงดีครับ

ตอบ ปัญหาร้องเพลงไม่ตรงคีย์ คนที่ร้องไม่ตรงคีย์ควรจะฝึกกับเครื่องดนตรี เป็นกีต้าร์หรือเปียโนนะคะ โดยเฉพาะเปียโนจะช่วยได้มาก กดโน้ตทีละตัวแล้วก็พยายามร้องให้เสียงเราตรงกับโน้ตที่เราได้ยิน ฝึกไปเรื่อยๆอย่าเพิ่งไปรีบร้องเพลง ฝึกโน้ตแต่ละตัวก่อน แล้วเมื่อไรที่เราเริ่มชินเสียงที่เราได้ยิน ให้เปล่งเสียงตามเสียงที่เราได้ยินได้ เราจะเริ่มร้องถูกคีย์ได้มากขึ้น

——————————————————————————–
25. เป็นคนที่ชอบร้องเพลงมาก แต่พอมาร้องต่อหน้าคนอื่นหนูจะตื่นเต้นมาก ตอนนี้หนูก็พยายาม ร้องให้เพื่อนฟัง ก็พอจะร้องได้บ้าง แต่พอเวลามีงานทีไร พวกเพื่อนๆก็จะยุให้ขึ้นไปร้องบนเวที จะกลัวและตื่นเต้นจนร้องไม่ออก จะทำยังไงให้ร้องเพลงได้ และให้หายตื่นเต้นดี

ตอบ จริงๆแล้วคนที่ชอบร้องเพลง ถ้าตื่นเต้นมาก วิธีการทำให้คลายความตื่นเต้น ก็คือทำสมาธิกำหนดลมหายใจเข้า-ออก แล้วก็ทำสมาธิให้จิตใจสงบลง ต้องเป็นคนที่ฝึกซ้อมบ่อย ๆ ถ้าเราไม่อ่อนซ้อม ถึงเวลาที่เราต้องแสดงออก หรือต้องประกวด หรือว่าอะไรก็แล้วแต่ เราจะมีความมั่นใจมากกว่าคนอื่นๆ และเราก็สามารถระงับความตื่นเต้นนั้นได้

 

 

คลิปสอนเทคนิคการร้องเพลง

บัญญัติ 25 ประการ ของการเป็นนักร้อง

           ความเชื่อที่ว่า “พรสวรรค์ สามารถนำพาเราสู่ความเป็นสุดยอด” นั้น เป็นเรื่องที่ไร้สาระที่สุดในวงการดนตรี เหล่าสุดยอดศิลปินทั้งหลาย รู้ดีว่าความสามารถของเขาเท่านั้น ที่นำพาให้พวกเขามีวันนี้ได้

อันนี่จริงพรสวรรค์ก็นับเป็นพื้นฐานที่สำคัญมากของศิลปินทุกคน ไม่ว่าคุณจะเป็นมือโปรหรือไม่ก็ตาม แต่การที่คุณจะประสบความสำเร็จ และสามารถยืนหยัดอยู่ได้ ในธุรกิจดนตรี และสามารถสร้างเอกลัษณะเฉพาะตัวของคุณให้แตกต่างจากบรรดานักดนตรีคนอื่นๆได้นั้น คุณต้องอาศัยคุณสมบัติที่สำคัญๆอีกหลายประการ ตั้งแต่การมีพื้นฐานจิตใจที่ดี จนไปถึงวิธีการปฎิบัติที่เหมาะสมต่อธุรกิจดนตรีของคุณ (ทำใจยอมรับกับสิ่งที่คุณต้องพบในธุรกิจนี้ซะเถอะ) เพื่อเป็นการดีต่อตัวคุณเอง วันนี้เราได้คัดเลือกเอาสิ่งที่บ่งบอกถึงคุณสมบัติที่พึงกระทำ และห้ามเด็ดขาด สำหรับการเป็นนักดนตรี จนได้เป็บัญญัติ 25 ประการที่คุณสามารถทำตามได้อย่างง่ายๆมาให้แล้ว

จงทำความรู้จัก, จำให้ขึ้นใจ, เข้าให้ถึงแก่น จนมันซึมซับเข้าไปในทุกอณูในตัวคุณ แล้วคุณจะเป็นนักดนตรีที่ดี เป็นคนดีขึ้นกว่าเดิม และในที่สุดมันจะเป็นสะพานที่จะนำพาไปสู่เวทีที่คุณวาดฝันไว้

กฎข้อหนึ่ง พึงรู้ไว้ซะว่าไม่มีใครชอบ “ไอ้ผยอง อหังการ”
จากการพิสูจน์พบว่า นักดนตรีส่วนใหญ่ ไม่ได้คาดหวังว่าคุณจะเป็นคนที่ เล่นได้วิเศษเลิศเลอมาจากไหน เขาเพียงต้องการ ใครสักคนที่มีทัศนะคติที่ดี และพร้อมที่จะเล่น ในส่วนของตนอย่างถูกต้อง เนื่องจากเวลาส่วนใหญ่ ของพวกคุณไม่ใช่การอยู่บนเวที ดังนั้น ความสัมพันธ์ ฉันท์มิตรในระดับส่วนตัว ก็มีความสำคัญไม่ด้อยไปกว่า ความสมัครสมานในการเล่นดนตรีร่วมกัน ฉะนั้น ถ้าคุณเป็นไอ้ผยอง อหังการ ข้าทำได้ เล่นได้ อยู่ได้ โดยไม่เอาใครแล้วล่ะก็ คุณถูกเด้งออกจากวงแหงๆ เพราะไม่มีใครสำคัญที่สุด จนขาดไม่ได้หรอก

 

กฎข้อสอง ความรู้สึกสุขใจ เป็นคุณสมบัติที่ดี ทางด้านดนตรี คงไม่มีใครอยากร่วมแสดงบนเวทีกับคุณ ถ้าคุณกำลังอารมณ์เสีย คุณต้อมมีอารมณ์ที่สุขใจเท่านั้น คุณถึงจะสามารถสร้างเสียงดนตรีที่ บาดอารมณ์ หวานซึ้ง ดุดัน ได้อย่างที่ทุกคนต้องการ เจ้าเสียงบาดอารมณ์ก็คือ สิ่งที่คุณต้องฝึกฝนอย่างสม่ำเสมอ และพัมนามันอย่างต่อเนื่อง ลองอัดเทปฝีมือดนตรีของคุณ แล้วหาข้อบกพร่อในจุดต่างๆ แล้วนำมาปรับแก้ไข โดยคุณอาจหางานแจ๋วๆ ในแนวดนตรีต่างๆมาฝึกฝนตาม ซึ่งมันจะเป็นบันได พาคุณไปสู่ความฉกาจฉกรรจ์

กฎข้อสาม พัฒนาแนวตัวเอง การฝึกเล่นตามแบบฉบับ ของนักดนตรีที่คุณชอบ นับเป็นวิธีที่ดีเหมือนกัน แต่สิ่งที่พึงระวังคือ อย่าปล่อยให้ คุณมีสไตล์ที่ละม้ายคล้างคลึงกับต้นแบบ มากจนเกินไป ยอมรับความจริงเสียเถอะว่า ตัวจริงมีได้เพียงหนึ่งเดียว เท่านั้น พยายามให้ตาย คุณก็ไม่มีวันเป็นเขาได้หรอก จงพยายามหาสิ่งที่เป็นตัวคุณเอง เพราะคุณสามารถที่จะ เป็นตัวคุณเองได้ ให้อิสระกับตัวเองในการทดลอง ทดลองปรับแนวของคุณด้วยตัวคุณเอง ซึ่งวิธีนี้ได้ผลมาแล้วกับ Soundgarden หรือไม่ก็อย่าง Tom Morello มือกีต้าร์วง Rage Againts The Machine

คุณจงจำไว้ว่ากฎเกณฑ์ทางดนตรี มีไว้ให้ฝ่าฝืนเสมอ

กฎข้อสี่จงตรงต่อเวลา ฝันไปเถอะว่าพวกศิลปินน่ะ จะเป็นพวกที่ตรงแต่เวลา แต่เราเคยรู้จักหัวหน้าวงที่ เลือกนักดนตรีที่มีฝีมือปานกลาง แต่ตรงต่อเวลาเสมอ เห็นเวลาการซ้อมเป็นเงินเป็นทอง คุณจะกลายเป็น มนุษย์ที่ไร้ค่าไปในทันที ถ้าคุณไม่รู้จักคำว่าตรงต่อเวลา เพราะว่าคุณคงมีโอกาสเพียงไม่กี่ครั้งหรอก สำหรับการที่คุณไม่ตรงต่อเวลา รับรองได้เลยว่า เพื่อนร่วมวงอาจกำลังรอเวลาเฉดหัวคุณในไม่ช้า

กฎข้อห้า ฟัง ฟัง ฟัง แล้วก็ฟัง ทุกครั้งที่คุณอยู่บน เวที หรือในสตูดิโอ อย่าอยู่ในโลกส่วนตัว ให้รู้จักฟัง และตอบโต้กับเพื่อนร่วมวงบ้าง พยายามสร้างบทสนทนา ด้วยเสียงดนตรีกับพวกเขา แต่อย่าเล่นดังขวางลำ ในขณะที่เพื่อนกำลังโซโลอยู่ จงรู้จักปล่อยให้คนอื่น ได้มีโอกาสเด่นบ้าง รับรองว่าคุณไม่ว่างงานแน่ ถ้าคุณรู้จักทำให้นักดนตรีคนอื่นรู้สึกว่า เมื่อคุณอยู่กับเขาแล้ว เขาเล่นได้ดี

กฎข้อหก รู้ในสิ่งที่คุณต้องการจะเป็น ศิลปินที่ประสบความสำเร็จทุกคน ต่างก็ต้องมีจุดมุ่งหมาย ที่แน่วแน่ทั้งนั้น และพวกเขาก็จะพยายามทำทุกอย่าง ที่จะพาเขาไปสู่ฝัน ที่แน่ๆคุณควรรู้ว่าวงของคุณ ต้องการอะไรกันแน่ เช่นถ้าเขาฝันกัน อยากจะเป็นอย่างวง R.E.M. สิ่งที่คุณควรทำก็คือการฝึกแต่งเพลงและ ซ้อมการประสานเสียงอย่างสม่ำเสมอ

กฎข้อเจ็ด จงเล่นดนตรีเพื่อดนตรี ไม่ใช่เพื่อตัวคุณเอง
นี่เป็นคำสั่ง ให้คุณเล่นดนตรี ไปตามครรลองของบทเพลง แม้ว่าเราจะแนะนำให้คุณรู้จักทดลอง และพัฒนาตัวเอง แต่คงไม่ดีแน่ ถ้าคุณบ้าบิ่นขนาดเอาแนวการเล่นของวง Bush มาใช้ในวงของคุณ ที่กำลังหลงไหลแนวเพลง Jazz (แม้ว่ามันอาจจะน่าลอง) ผมแนะนำว่า อย่าทำให้ดนตรีของคุณ เละเทะไปกว่าที่เป็นอยู่

 

กฎข้อแปด อย่าแยกตัวออกจากกลุ่ม หนทางที่ดีที่สุดที่จะทำให้คุณได้งานอย่างสม่ำเสมอ คือการทำตัวให้เป็นที่รู้จัก พยายามผูกมิตรกับกลุ่มนักดนตรีอื่นๆบ้าง เผื่อว่างานจะหลุดมาถึงคุณ ถ้าเค้าไม่รู้จักคุณ ก็อย่าหวังเลยว่างานที่เค้าไปเล่นไม่ได้ (ด้วยเหตุอันใดก็ตาม) จะหลุดมาถึงมือคุณ เพราะใครจะมาจ้าง หรือกล้าโยนงานมาให้คุณ ถ้าเค้าไม่รู้จักคุณ

กฎข้อเก้า อย่าแต่งเพลงเพื่อตัวเอง ถ้าคุณคือนักดนตรีที่หวังจะเอางานด้านนี้เป็นหลัก อยากออกเทปดังเป็นพลุแตก จงระลึกไว้เสมอว่า แนวเพลงที่คุณชอบ คนอื่นอาจไม่ชอบก็ได้ เพราะฉะนั้น หากคิดที่จะแต่งเพลง อย่างแต่งเพลงตามใจตัวเอง รู้จักเอาเพลงของเราให้คนอื่นฟังบ้าง จะได้รู้ว่าคนทั่วไปเค้าคิดยังไงกับเพลงของเรา บางครั้งเพลงที่คุณแต่ง มันอาจเป็นเพลงที่สุดยอดที่สุด แต่เหมาะสำหรับเก็บไว้ฟังคนเดียว สิ่งที่คุณควรทำ ถ้าคุณเห็นมันเป็นอาชีพ คือ “แต่งเพลงอย่างไรให้คนส่วนใหญ่ชอบ” ถ้าคุณทำได้ อาชีพนักดนตรีถึงจะเป็นของคุณได้ (โดยเฉพาะถ้าคุณคือคนไทย)

กฎข้อสิบ เต็มที่เกินไปก็ไม่ใช่เรื่องดี บางครั้งการที่คุณตั้งใจเล่น อย่างสุดความสามารถ ก็อาจไม่ใช่สิ่งที่ดีที่สุด แต่การเล่นอย่างพอเหมาะพอควร ไม่มากไม่น้อยจนเกินไป คือสิ่งที่จะทำให้เพลงที่คุณเล่น มีเสน่ห์ น่าฟัง ไม่รกหูหรือโล่งกว้างเป็นทุ่ง คนฟังน่าจะได้อรรถรสกว่า

กฎข้อสิบเอ็ด ภาพลักษณ์เป็นสิ่งสำคัญ นี่เป็นสัจธรรมอันน่าเศร้า ของวงการดนตรีทั่วโลก แต่อย่างน้อยคุณก็น่าจะพอชื่นใจได้บ้างว่า โลกแห่งดนตรี ไม่ได้ต้องการภาพลักษณ์ เพียงอย่างเดียวหรอก จงใช้สามัญสำนึกของคุณให้เป็นประโยชน์ แม้ว่าคุณจะเป็นนักดนตรีที่เก่งฉกาจ แต่ถ้าคุณไม่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวเลย ไม่ว่าจะเป็น การแต่งตัว ทรงผม รองเท้า เรียกว่าไม่มีอะไรให้น่าจดจำ คนส่วนใหญ่ก็คงไม่ได้สนใจคุณเป็นพิเศษ ถ้าไม่อคติกับการสร้างภาพมากเกินไปนัก คุณอาจลองแต่งตัวสไตล์ใหม่ๆ ฟิตร่างกายซะหน่อย ทำผมเผ้าให้ดูเจ๋งๆ คุณก็มีทางเลือกให้ตัวเองเพิ่มขึ้น ไม่ใช่เหรอ

กฎข้อสิบสอง สไตล์ดนตรีที่เป็นเอกลักษณ์ นักดนตรีมากมายที่บอกว่า เค้าใช้เวลาเป็นสิบๆปี เพื่อหาเอกลักษณ์ของวง พวกนี้ยังโชคดี เพราะบางคนไม่พบสักที มันควรเริ่มตั้งแต่การเล่นดนตรีของคุณ ไปจนถึงแนวเพลงของวง นักร้องนำในวง ที่จะทำอย่างไรให้คนจดจำได้ว่า ถ้าได้ยินเพลงประมาณนี้เมื่อไหร่ นี่แหละพวกคุณเลย ลองมองถึงนักร้องนำวง Silly Fools ดูสิ คุณจะรู้ว่า เมื่อเปิดเพลงของเค้าเมื่อไหร่ คุณจะจำได้เสมอว่า นี่เพลงของพวกเค้า หรือแม้แต่คริสติน่า อากีล่า ที่หลายคนอาจไม่ชอบการร้องที่มีเสียงลม “เฮอะๆๆ” แทรกอยู่เสมอเมื่อจบประโยค แต่คุณก็จำได้เสมอ ไม่ใช่เหรอ เมื่อคุณได้ยินเพลงของเค้า

กฎข้อสิบสาม สร้างความกลมกลืนให้กับเสียง (Sound/Tune) คุณต้องรู้จักเครื่องดนตรีที่คุณใช้ เพราะมันคืออาวุธคู่กาย ที่จะสร้างเสียงมหัศจรรย์ ตามแต่ที่คุณจะต้องการออกมา ถ้าคุณไม่รู้ว่า เครื่องดนตรีที่คุณใช้อยู่ เหมาะกับงานประเภทไหน รับรอง ตกงานแน่ โดยเฉพาะนักดนตรีที่ทำงานในห้องอัด คุณต้องสามารถปรับซาวน์ดของคุณ ให้ได้ตามต้องการ ถ้าคุณสามารถ ทำให้โปรดิวเซอร์ทึ่งกับเสียงสวรรค์ ที่คุณสามารถบันดาลมันออกมาได้ล่ะก็ รับรองเลยว่า งานมาจ่อรอคุณอีกเพียบ

กฎข้อสิบสี่ ฝึกซ้อมในสิ่งที่คุณยังทำไม่เป็น การฝึกซ้อมเป็นสิ่งที่ดี แต่จงจำไว้ว่า เมื่อคุณรู้ตัวว่า สิ่งไหนคุณยังทำไม่ได้ จงพยายามเรียนรู้

กฎข้อสิบห้า สร้างทักษะทางธุรกิจ ถ้าคุณอยากเป็น…. นักดนตรีที่ประสบความสำเร็จ ทั้งเงิน และทั้งกล่อง คุณต้องรู้จักมองตัวเองในฐานะนักธุรกิจ มองงานดนตรีเป็นสินค้า เลิกทำตัวเป็นศิลปินจ๋า ที่มากไปด้วย ego ลดๆมันลงมาบ้างก็ได้ แต่อย่าให้มันหายไปหมด พยายามทำให้ผู้บริหารค่ายเทป รู้ว่าคุณไม่ใช่หมูให้เค้าเชือดได้ง่ายๆ   เมื่อต้องต่อรองอะไรกับธุรกิจประเภทนี้ จงจำไว้ว่า คุณคือเหยื่อ อย่าไว้ใจใคร และเมื่อมีใครยื่นเอกสารอะไรให้คุณเซ็น ควรปรึกษาทนายก่อนเสมอ แม้ว่าบางครั้งคุณอยากจะเซ็นมันจนตัวสั่น เพราะหวังว่า จะได้เป็นศิลปินกับเค้าเสียที แต่ถ้าคุณไม่อยากที่จะ เสียผลประโยชน์จนเกินไปล่ะก็ อย่าลืมกฎข้อนี้เชียวล่ะ

กฎข้อสิบหก ฝึกทั้งคอร์ดหลักและรองให้คล่องมือ การฝึกซ้อมเรื่องเหล่านี้ รับประกันได้ถึง 80% เลยว่า คุณจะสามารถหางานได้ ทั้งในธุรกิจเพลงร็อค บลู ป๊อบ ฯลฯ แต่ถ้าคุณยังไม่รู้มันล่ะก็ รีบศึกษาซะ

กฎข้อสิบเจ็ด เรียนรู้ท่วงทำนอง การเรียนรู้ และจดจำท่วงทำนองของเพลงที่คุณเล่น ทำให้คุณสามารถที่จะ มโนภาพตามได้อย่างง่ายดาย และสามารถสร้างสรรค์งาน ที่เต็มไปด้วยอารมณ์ เล่นได้อย่างเหมาะสม กับช่วงของทำนอง เหมาะกับสิ่งที่มันควรจะเป็น

กฎข้อสิบแปด รู้จักที่ของตัวคุณ เมื่อคุณถูกหัวหน้าวงสั่งให้ทำอะไร เล่นในแนวใด จงยิ้มรับและทำมันด้วยความเต็มใจ รอวันที่อัลบั้มของคุณโด่งดังเสียก่อน แล้วค่อยซ่าทีหลัง

กฎข้อสิบเก้า การสมัครเรียน หรือฟังเพลงแนวอื่นๆ ไม่ใช่เรื่องเสียหาย ไม่ว่าคุณจะเก่งมาจากไหน อย่าคิดว่าตัวเองรู้มาก รู้หมดทุกอย่างที่ควรจะรู้ จงรู้จักการการเปิดโลก เปิดหู เปิดใจยอมรับในสิ่งที่แตกต่าง มันจะช่วยให้คุณดีขึ้น นักดนตรีที่ดีคือนักดนตรีที่รอบรู้ เผลอๆ คุณอาจรู้สึกแปลกใจ ที่คุณได้พบกับสิ่งดีๆ ที่คุณเองยังไม่เคยสัมผัสมาก่อน มันอาจทำให้คุณ เป็นนักดนตรีที่รู้จักการพัฒนา มีสิ่งแปลกใหม่อยู่เสมอ มาประดับวงของคุณ

กฎข้อยี่สิบ เรียนรู้วิธีการ Tune ให้มากที่สุด แม้ว่าคุณจะไม่ได้เป็นนักดนตรีตามห้องอัด ที่จะสามารถแยกแยะ ประเภทของเสียงได้ แต่คุณก็สามารถศึกษา หาความรู้เพิ่มเติมได้ ยิ่งคุณรู้จักเสียงของเพลงมากเท่าไหร่ คุณก็จะยิ่งมีโอกาส ในการทำงานมากเท่านั้น

กฎข้อยี่สิบเอ็ด เมื่อคุณรู้สิ่งใหม่ใสปิ๊ง จงหาทางนำมันมาใช้ นักดนตรีหลายคน ที่พบกับวิธีการเล่นแบบใหม่ๆ เจ๋งๆ ในขณะที่ตัวเองกำลังซ้อม แต่แล้วเค้าก็ไม่รู้ว่า จะได้เอามันมาใช้เมื่อไหร่ จงพยายามคิดไว้ล่วงหน้าเสมอ ก่อนที่คุณจะเริ่มต้น หาสิ่งใหม่ๆ คุณจะต้องคิดไว้แล้ว ว่าคุณกะจะเอามันไปทำอะไร

 กฎข้อยี่สิบสอง ฝึกความเชี่ยวชาญประมาณศิลปิน การที่คุณเล่นได้อย่างวิเศษ เลิศหรูในห้องซ้อมดนตรี หรือห้องนอนเล็กๆเท่ารูหนูของคุณ มันไม่ได้มีความหมายอะไรเลย ถ้าคุณไม่มีโอกาสเอามันออกไปใช้ คุณควรสร้างโอกาส ให้ตัวเองได้ขึ้นเวทีเสมอๆ เพื่อความเคยชิน พยายามหาโอกาสให้ได้มากที่สุด ประสบการณ์คือสิ่งที่สำคัญที่สุด

กฎข้อยี่สิบสาม เรียนรู้พื้นฐาน นักดนตรีหลายคนคิดว่าเรื่องทฤษฎีพื้นฐาน เป็นสิ่งที่ไม่จำเป็น แต่ในความเป็นจริงแล้ว การเรียนรู้พื้นฐานไม่ใช่สิ่งเสียเปล่า คุณมีแต่ได้กับได้ เพราะคุณก็จะได้เล่นได้ทุกแนว คิดออกได้ทุกเมื่อ หากพื้นฐานคุณแน่นพอ คุณจะได้ไม่ต้องเสียเวลา มานั่งคลำเป็นชั่วโมง กว่าจะเจอคอร์ดที่คุณคิดว่าเพราะ ทั้งๆที่มันเป็นเรื่องพื้นฐานแท้ๆ

 กฎข้อยี่สิบสี่ ระวังตัวทุกขณะ หากเผอิญคุณดังเป็นพลุแตก อย่างที่คุณฝันไว้ คนมากหน้าหลายตา จะเข้ามาวนเวียนในชีวิตคุณ แบบไม่ได้นัดหมาย คุณมีโอกาสที่จะเจอพวกที่จ้อง สูบเลือด สูบเนื้อจากตัวคุณตลอดเวลา พวกที่ไม่มีอะไรทำ นอกจากการตักตวงผลประโยชน์ สนุกกับชีวิตให้สมอยาก แต่อย่ามากเกินพอดี เดี๋ยวจะลืมตัวเป็นวัวลืมตีน ที่แน่ๆอย่าลืมรักษาเครื่องมือหากินของคุณ เครื่องดนตรีเปรียบเหมือน หัวใจของนักดนตรี

กฎข้อยี่สิบห้า อย่ากินบนเรือนขี้บนหลังคา อย่าฟันนักร้องสาววัยขบเผาะของวง อย่าล่อหมาของมือกลอง แฟนของมือเบส ฯลฯ อย่าหักหลังเพื่อนร่วมวง !!

 

การดูแลรักษาเส้นเสียง

1. การพักผ่อนอย่างเพียงพอ ปัจจัยสำคัญที่ทำให้เสียงของเรามีคุณภาพ ในแต่ละวัน ควรนอนพักผ่อนอย่างน้อย 6-8 ชั่วโมง

2. ไม่ดื่มสุรา/ของมึนเมา การดื่มสุราจะทำให้เส้นเลือดฝอยบริเวณเส้นเสียงเกิดการขยายตัว ซึ่งอาจเป็นสาเหตุที่ทำให้เส้นเลือดฝอย บริเวณเส้นเสียงแตกได้

3. ไม่ควรสูบบุหรี่หรือสิ่งเสพติดใดๆ เพราะการสูบบุหรี่จะทำให้สารนิโคตินมาเคลือบบริเวณช่องคอ ทำให้เกิดอาการระคายคอได้

4. ควรดื่มน้ำมากๆ โดยเฉพาะการดื่มน้ำอุ่นผสมเกลือเล็กน้อย จะช่วยให้รู้สึกชุ่มคอ

5. ควรหลีกเลี่ยงการดื่มนมก่อนการร้องเพลง เพราะน้ำนมจะไปเคลือบเป็นเมือกบริเวช่องคอ ทำให้เกิดอาการระคายคอ

6. ในกรณีที่เป็นหวัดและเกิดอาการ “ไอ” หรือมีอาการเกี่ยวกับการอักเสบในช่องคอ ไม่ควรใช้เสียงมาก ควรหลีกเลี่ยงการไอ เพราะ “การไอ” จะทำให้เส้นเสียงบีบตัวเพื่อกั้นลม ก่อนที่จะสะบัดและกระทบกันอย่างรุนแรง ทำให้เกิดอาการระคายคอได้ง่าย หากรู้สึกระคายคอจนเลี่ยงไม่ได้ควรใช้การกระแอมช่วย ควรหยุดการใช้เสียงถ้าเป็นไปได้ เพราะการใช้เสียงมากๆ ขณะเกิดการอักเสบในช่องคอ อาจทำให้เกิดตุ่มบริเวณเส้นเสียง ส่งผลให้เสียงของเราเปลี่ยนไปอย่างถาวร หรืออาจเกิดมะเร็งในบริเวณเส้นเสียงได้

7. เมื่อมีเสมหะอยู่ในลำคอ ไม่ควรขากแรงๆ เพราะจะทำให้เส้นเสียงเกิดการบีบตัวและสะบัดมากระทบกันอย่างรวดเร็วและ รุนแรง ส่งผลให้เกิดการระคายคอมากขึ้น และอาจทำให้เกิดการอักเสบได้ ควรดื่มน้ำให้มากๆ เพื่อให้เสมหะเหลวและหลุดจากช่องคอได้ง่าย

8. หากเกิดความรู้สึกระคายเคืองในบริเวณช่องคอ ควรรีบปรึกษาแพทย์ เพราะการปล่อยทิ้งไว้อาจทำให้เส้นเสียงเกิดการอักเสบมากยิ่งขึ้น

9. ยาอมชนิดต่างๆที่ช่วยลดอาการระคายคอ อาจเป็นสาเหตุให้ช่องคออักเสบมากยิ่งขึ้นได้ เพราะการอมยาอมชนิดต่างๆ ที่ช่วยลดอาการระคายคอ จะทำให้ช่องคอรู้สึกโล่ง สบาย บางยี่ห้ออาจทำให้รู้สึกชา ทำให้เรารู้สึกว่าสบายขึ้น ดีขึ้น ซึ่งหากเราใช้เสียงในขณะนั้น จะทำให้เส้นเสียงยิ่งเกิดการอักเสบมากยิ่งขึ้น เพราะช่องคอที่ชา ไม่ระคายเคือง ทำให้เราไม่สามารถทราบได้ว่า ที่จริงแล้วช่องคอของเราอักเสบเพียงใด ดังนั้น เมื่ออมหรือทานยาที่ช่วยลดอาการระคายคอ จึงควรระลึกไว้อยู่เสมอว่า ควรลดการใช้เสียงตามไปด้วย

จำเป็นไหมที่นักร้องต้องสวยต้องหล่อ

         “เฮ้อ….ทำไงได้ เกิดมาแล้ว โตมาแล้วเพิ่งรู้ตัวว่าไม่สวย ไม่หล่อ เลยอดเป็นนักร้องเลยเรา” หลายคนที่อยากเป็นนักร้องจนตัวสั่นคงเคยนึกถึงคำๆนี้ ทำยังไงได้ล่ะ ก็หน้าตาที่สุดแสนจะธรรมดาของเราๆท่านๆทุกคน มันเป็นอาวุธสำคัญที่คอยไล่เพศตรงข้ามอยู่แล้วนี่นา ค่ายเทปหลายๆแห่ง ก็เป็นสถานที่ซึ่งบุคคลหน้าตาธรรมดาอย่างเรา หมดสิทธิ์ที่จะไปตอแยด้วย ก็ใครมันจะไปรู้เล่าว่าเกิดมาจะไม่หล่อไม่สวยเนอะ จะเป็นนักร้องทั้งทีมันช่างยากเย็นแสนเข็ญจริงๆ

          นักดนตรีหลายๆคนที่ใฝ่ฝันว่าอยากมีอัลบั้มเป็นของตัวเองสักชุดนึง ก็คงเคยโดนแบบนี้ พวกเราเองก็เคยครับ!! บรรดาหนุ่มที่มีหน้าตาเป็นอาวุธอย่างผมถึงกับต้องถอยมาตั้งหลักแล้วครั้ง หนึ่ง เมื่อค่ายเทปยักษ์ใหญ่แห่งหนึ่งในเมืองไทยบอกกับพวกผมว่า “เปลี่ยนนักร้องได้ไหมครับ เพราะที่นี่มีแนวความคิดที่ว่า พวกหล่อๆ สวยๆ เนี่ยะมันสอนให้เก่งกันได้….แต่พวกเก่งๆเนี่ยะมันสอนให้หล่อให้สวยไม่ได้” นักดนตรีหนุ่มไฟแรงอย่างพวกเราถึงกับอึ้ง อึ้งในคำพูดที่ออกจะรุนแรงและบาดใจดีแท้ แต่เมื่อมองมุมกลับตามที่เค้าพูด…เออแฮะ ก็จริงของมันวุ้ย

          ค่ายเทปยักษ์ใหญ่อีกแห่งหนึ่งพูดกับพวกผม เมื่อเห็นว่านักร้องคนใหม่ของวงผมหล่อเข้าขั้นพระเอกมิวสิค ว่า “อืม…วงเราน่ะได้เปรียบรู้มั๊ย” “ทำไมเหรอครับพี่” ผมถามกลับไป “ก็นักร้องวงเราหน้าตาดีอ่ะ มีชัยไปกว่าครึ่งแล้ว เอาง่ายๆนะ นึกภาพนะว่า ถ้าพี่มีขนมอยู่ 2 ชิ้น ชิ้นหนึ่งอร่อยมาก ชิ้นหนึ่งรสชาติสุนัขไม่รับประทาน อันอร่อยใส่ถุงก๊อบแก๊บมัดไว้ อีกอันหนึ่งทำแพคเกจให้สวยหรูเริ่ดเลยนะ แล้วเอาไปวางขาย ถ้าคนที่ไม่รู้เค้าผ่านมาซื้อ เราคิดว่าเค้าจะเลือกอันไหน” ผมแอบนึกในใจว่า ก็อันที่ห่อดูดีๆหน่อยสิฟระ พี่เค้าก็บอกว่า “อันที่ห่อสวยๆใช่มั๊ย…นี่แหละคนเรามันอย่างนี้แหละ ที่จริงอันอร่อยอาจจะอยู่ในถุงก๊อบแก๊บก็ได้…แต่เผอิญมันดูไม่น่ากิน”

2 ค่าย วิธีการพูด 2 สไตล์แต่ความหมายเดียวกันเลย นี่ถ้าไม่หล่อไม่สวยสงสัยจะหมดสิทธิ์

          เดี๋ยวนี้วัยรุ่นไทยส่วนใหญ่มองเปลือกนอกก่อนเป็นหลัก หล่อ สวย มาก่อนเสียงค่อยว่ากันว่าดีรึเปล่า… บางคนหน้าตาผิดระเบียบก็พาลไม่ซื้อเทปเค้าซะนิ่มๆ ทั้งๆที่เพลงอาจจะดีมากก็ได้ ยกเว้นบางกรณีที่ได้ยินเพลงก่อนแล้วโดนใจจริงๆ มารู้ทีหลังว่า อ้าวอีตานี่ร้องหรอกเรอะ…ไม่เป็นไร เผอิญโดนใจไปแล้ว ซื้อก็ซื้อฟระ

          วัยรุ่นไทยเป็นแบบนี้จริงๆครับ…. ตราบใดที่วัยรุ่นไทยยังเป็นอย่างนี้อยู่ ผมว่าคนเก่งไม่ได้โงหัวขึ้นมาแน่ หลายๆคนเคยเถียงผมว่า อ้าว…ถ้าเก่งจริงก็ทำออกมาสิ ถ้าดีจริงมันก็ต้องดังสิ….เรื่องจริงหาได้เป็นอย่างนั้นไม่ครับ เพราะถ้าไม่หล่อไม่สวย ก็อดอยู่ค่ายใหญ่ๆ เมื่อไม่ได้อยู่ค่ายใหญ่ๆ ก็ไม่ค่อยมีแรงโปรโมท เพราะค่ายเล็กทุนน้อย โปรโมทตามกำลังศรัทธา เมื่อคนไม่ค่อยจะได้เคยฟังผ่านทางวิทยุ,โทรทัศน์ แล้วจะมีใครหน้าไหนที่จะตรัสรู้ได้ว่าเพลงของศิลปินคนนี้จะดีจริง เมื่อไม่รู้ย่อมไม่ซื้อ โดยเฉพาะยุค imf อย่างนี้ด้วยแล้ว กว่าจะควักมาแต่ละบาทน้ำตาแทบจะร่วงเลย

          จะมีกี่คนที่จะโชคดีอย่างอัลบั้มแรกของวง “โมเดิร์นด๊อก” ที่ออกมาด้วยจังหวะและเวลาที่เหมาะสม ออกมาในจังหวะที่วัยรุ่นกำลังเบื่อเพลงป๊อปเมืองไทย ออกมาด้วยงานที่คุณภาพก็ไม่ใช่ย่อยเลยทีเดียว ปรากฎว่า ดังเป็นพลุแตกเลย…แต่เค้าก็ทำได้แค่อัลบั้มเดียวเท่านั้น จังหวะเวลาที่เหมาะสม คงจะหาไม่ได้ง่ายๆอีกต่อไป เพราะทุกวันนี้ศิลปินออกเทปเยอะยิ่งกว่าไก่ออกไข่ วันนึงๆนับไม่ถ้วนว่ามีใครออกมาบ้าง

          เรื่อง เล่าจากผมเรื่องนี้ ไม่ได้มีความต้องการอยากจะบั่นทอนจิตใจคนดนตรีที่ไม่หล่อไม่สวย อย่างพวกเราคนอ่านทุกคนเลยนะครับ เพียงแต่ว่า ผมอยากป่าวประกาศให้พี่น้องวัยรุ่นไทยเปลี่ยนพฤติกรรมกันบ้างเท่านี้ก็น่าพอ ใจแล้วครับ ขอเพียงแค่เปิดใจรับสิ่งใหม่ๆให้มากขึ้น

         ถ้าคนฟังทั้งหลายอยากมีงานดีๆไว้ฟังกัน จงเลือกฟังมากกว่าเดิม ไม่ว่าชอบแนวไหนก็ตามแต่ ขอให้ฟังดนตรีโดยใช้หูอย่าดูด้วยตา ค่ายเทปจะไม่ได้กล้าขายงานที่อาจจะไม่ดีนัก แต่หล่อ-สวย มาให้พวกเราฟังกันเกลื่อนตลาดอย่างนี้อีก เค้าจะได้เอางานที่ดีจริงๆเท่านั้นมาขายให้พวกเราฟัง เพื่อให้คนเก่งๆ และคนที่อาจจะไม่เก่งนักแต่รักดนตรีจริงๆ (แต่เผอิญไม่หล่อ ไม่สวย) ทั่วฟ้าเมืองไทย ได้มีโอกาสก้าวออกมานำเสนอผลงานให้พวกเราฟังกันไม่ซ้ำแบบซ้ำสไตล์ จะได้ไม่น่าเบื่ออย่างเป็นเป็นกันทุกวันนี้เสียที

 

คุณรู้จักเสียงของตัวเองดีพอรึยัง

1.คุณมี Range เสียงกว้างขนาดไหน หมายถึง คุณควรทราบว่าเสียงของคุณมีระดับความกว้างของเสียงมากแค่ไหน ระดับความกว้างของเสียง ในที่นี้หมายถึง ระดับเสียงตั้งแต่ต่ำที่สุด จนไปถึงสูงที่สุดของคุณนั้น อยู่ในระดับเสียงจากโน้ตตัวไหนไปถึงตัวไหน เพื่อที่คุณจะสามารถทราบได้ว่าเสียงคุณอยู่ในระดับมาตรฐานทั่วๆไปหรือไม่ โดยปกตินั้น เท่าที่ผมได้มีโอกาสทดสอบนักเรียนที่ผมเคยสอนทั้งหมดตั้แต่อดีตจนถึงปัจจุบัน พบว่า

เพศชายนั้น ค่าเฉลี่ยระดับความกว้าง (Range) ของเสียง จากต่ำที่สุดจนถึงสูงที่สุด จะอยู่ระหว่างโน้ตตัว
Chest Tone

E (โน้ตตัว “มี” ที่ต่ำกว่า C กลาง)<———–>Middle C

Mouth Tone
Middle C <———->C——->G(โน้ตตัว “ซอล” ที่สูงกว่า C กลาง 1 Octave)

Head Tone
G(โน้ตตัว “ซอล” ที่สูงกว่า C กลาง 1 Octave)<——————–>C—->G

เพศหญิงนั้น ค่าเฉลี่ยระดับความกว้าง (Range) ของเสียง จากต่ำที่สุดจนถึงสูงที่สุด จะอยู่ระหว่างโน้ตตัว
Chest Tone

E (โน้ตตัว “มี” ที่ต่ำกว่า C กลาง)<———–>Middle C

Mouth Tone
Middle C(โน้ตตัว C กลาง) <———->C (โน้ตตัว “โด” ที่สูงกว่า C กลาง 1 Octave)

Head Tone
C (โน้ตตัว “โด” ที่สูงกว่า C กลาง 1 Octave)<——————–>C—->G

จากหัวข้อนี้ทำให้เห็นว่าการรู้ทฤษฎีโน้ตพื้นฐานเป็นสิ่งจำเป็น เพื่อที่เราจะได้สามารถตรวจสอบระดับเสียงของเราด้วยตัวเองได้ เมื่อตรวจสอบแล้ว หลานคนคงอยากถามว่า ได้อะไรจากการตรวจสอบระดับเสียงของตัวเอง นอกจากแค่ทำให้เราทราบระดับความสามารถของตัวเองแล้วนั้น การทราบระดับเสียงของตัวเอง ทำให้เราสามารถทราบได้ว่า เพลงลักษณะไหนเหมาะกับเรา นักร้องคนใดที่มีระดับเสียงใกล้เคียงเรา ทำให้เราสามารถเลือกเพลงที่จะร้องได้อย่างเหมาะสม ทั้งยังสามารถสื่อสารกับนักดนตรีได้ว่า เสียงเราอยู่ในระดับใด ฯลฯ

2. คุณใช้ระดับความดังของเสียงได้เหมาะสมหรือไม่ นักร้องบางคนไม่เคยสนใจระดับความดังของเสียง ที่ตัวเองร้องออกไปเลยแม้แต่น้อย ทำให้เพลงที่ร้องออกมาไม่มีคุณภาพ การร้องเพลงโดยคำนึงถึงความดัง-เบา ของเสียงอย่างเหมาะสม (Dynamic) ทำให้บทเพลงที่ร้องออกมาเกิดความไพเราะขึ้นได้ เพราะว่าเมื่อเราร้องโดยมีการจัดระดับความดัง หรือเบา ของน้ำเสียงในแต่ละเพลงอย่างเหมาะสม ตามความหมายของคำร้อง และตามท่วงทำนองของดนตรีนั้น จะทำให้บทเพลงที่ขับร้องออกมา มีความหนัก-เบา ของอารมณ์ มีลักษณะคล้ายคลื่นที่ต้องมีขึ้นมีลงเสมอ ทำให้เพลงไม่ดูจืดชืด แข็งกระด้างเป็นเส้นตรงที่ไร้ความรู้สึก

3. คุณใช้ระดับความสูง-ต่ำของเสียงได้เหมาะสมหรือไม่ การร้องเพลงโดยรู้จักการเล่นระดับความสูง-ต่ำของเสียงอย่างเหมาะสมนั้น จะทำให้บทเพลงที่เราขับร้อง มีเสน่ห์ การใช้น้ำเสียงให้เหมาะสมกับความหมายของบทเพลง เป็นเรื่องที่จำเป็นอย่างยิ่ง ดังนั้นการวิเคราะห์ความหมายของบทเพลง จึงนับเป็นสิ่งสำคัญที่สุดที่ทำให้นักร้องสามารถถ่ายทอดอารมณ์ผ่านบทเพลงไปยังผู้ฟังได้ เมื่อวิเคราะห์ความหมายอย่างละเอียด เราจะทราบว่าคำร้องแต่ละคำมีความหมายที่แตกต่างกัน การดึงเอาระดับเสียงที่สูงหรือต่ำ มาใช้อย่างเหมาะสม จะทำให้บทเพลงอันทรงคุณค่าทั้งหลาย เพิ่มคุณค่ามากยิ่งขึ้นด้วยน้ำเสียงของเรา

 

Previous Older Entries