สิ่งที่คุณควรทราบ

          จากทฤษฎีต่างๆ ในบทก่อนๆ นั้น จะเห็นได้ว่า การร้องเพลงสักเพลงหนึ่งให้ได้ดี (ไม่ใช่แค่ร้องให้ได้) ไม่ใช่เรื่องง่ายๆเลย เริ่มตั้งแต่รู้จักการหายใจ รู้จักโทนเสียงของตนเอง รู้จักการออกเสียงที่ถูกต้องทั้งเสียงสระ-พยัญชนะ รู้จักการใช้ลีลาที่เหมาะสม ฯลฯ การเตรียมความพร้อมให้กับตนเองนับเป็นสิ่งที่สำคัญมากอีกสิ่งหนึ่ง เพราะถึงแม้ว่าคุณจะสามารถร้องเพลงได้ดีขนาดไหนนั้น หากคุณไม่พร้อมที่จะนำเสนอมันออกมาให้ผู้ฟังและผู้ชมได้รับรู้ ความสามารถของคุณก็ถือเป็นเรื่องเปล่าประโยชน์ เรามาว่ากันเลยดีกว่าว่า ทำอย่างไรให้พร้อมสำหรับการแสดงของคุณ

1. คุณทราบหรือยังว่า… งานที่คุณต้องไปร้องเพลงให้คนอื่นเค้าฟังเป็นงานอะไร หลายคนอาจจะงงว่า ทำไมต้องทราบ ทราบไปทำไม ทราบแล้วได้อะไร การที่เราทราบว่างานที่เราจะไปแสดง (ร้องเพลง) นั้นเป็นงานอะไร จะช่วยให้คุณสามารถเตรียมการได้หลายๆอย่าง ซึ่งเราจะยกมาเฉพาะที่สำคัญๆ อาทิ การแต่งกายให้เหมาะสมกับงาน การเลือกบทเพลงที่จะร้อง

การแต่งกาย เมื่อคุณทราบว่างานที่จะไปร้องเพลงนั้น เนื่องด้วยโอกาสใดคุณจะสามารถเตรียมการแต่งกายให้เหมาะสมได้ เช่น งานราตรีสีน้ำเงิน (ผมสมมติว่ามันเป็นงานชุมนุมศิษย์เก่า หรืองานอะไรก็ได้ ที่มีคอนเซ็พท์ในการแต่งกายของคนทั้งงานให้เป็นสีน้ำเงิน) หากเราแต่งชุดสีอื่นๆ ก็ไม่เหมาะสมกับงานนั้นๆ เพราะฉะนั้นคุณควรแต่งกายสีน้ำเงิน แต่หากคุณแต่งสีน้ำเงินก็จะทำให้คุณไม่ได้ต่างอะไรไปจากคนอื่นๆในงาน ดังนั้นคุณควรเลือกว่า ทำอย่างไรให้สีน้ำเงินที่คุณใส่นั้นดูดี และต่างจากผู้ร่วมงานคนอื่นๆ อาจเป็นชุดที่ดูดีที่สุดเท่าที่คุณจะหาได้ หรือ ชุดที่ทำให้ภาพลักษณ์ของคุณดูแตกต่างจากบุคคลธรรมดาทั่วไป (ดูแล้วมีความเป็นนักร้องอยู่ในตัว เช่นไม่ใช่หล่อหรือสวยอย่างนักธุรกิจ)

การเลือกบทเพลง ลองนึกภาพดูว่า หากคุณเป็นนักร้องหรือถูกเชิญขึ้นไปร้องเพลงในงานแต่งงาน คุณขึ้นไปร้องด้วยความมั่นใจ เสียงร้องมีพลัง กล้าสบตาคนดู ทำทุกอย่างที่นักร้องพึงกระทำ แต่คุณเลือกบทเพลงอันไพเราะ ที่มีความหมายไปในทางสาบส่งให้คู่รักในงาน เช่น เพลงกระจกร้าวของเป้ไฮร๊อค, ไปไปของหินเหล็กไฟ หรือสงสารกันหน่อยของมาลีวัลย์ ดูสิคะ แล้วคุณจะรู้ว่า การให้ความสำคัญกับงานที่คุณต้องแสดงนั้นสำคัญขนาดไหน…. เราหวังว่าคุณคงไม่อยากได้รับคำชมว่าเสียงดีร้องดี แต่ถูกด่าไล่หลังว่าคุณไปสาบแช่งคู่บ่าวสาวหรอกนะคะ

2. สถานที่ คุณต้องรู้ว่าสถานที่ ที่คุณต้องไปแสดงนั้นคือที่ไหน เพราะว่า…….เดี๋ยวไปไม่ถูก                      ^-^   นอกจากนั้น มันยังช่วยเรื่องความเหมาะสมของการแต่งกายได้อีกด้วย เราหวังอีกเช่นกันว่าคุณคงไม่อยากแต่งกายแล้วโดนซุบซิบนินทาว่า “เสร่อที่สุด” “หวาย…แต่งมาได้ไงเนี่ยะ” “ไอ้นี่เว่อร์ชมัด” และอีกสารพัดจะนินทา เพราะว่าคุณแต่งตัวเซอร์สุดฤทธิ์เพื่อไปงานที่โรงแรมระดับ 5 ดาว หรือแต่งตัวหล่อ-สวยสุดขีด เพื่อไปงานวันเกิดเพื่อนซึ่งจัดที่สนามหน้าบ้านเพื่อน

 3. เวลา เพราะคุณต้องรู้ว่าเวลาจัดงานคือเวลาไหน ไม่งั้นเดี๋ยวไปแต่เช้าทั้งๆที่งานมีตอนค่ำ ^-^ (มุขเดิมๆ) ไม่ใช่หรอกคะ คราวนี้เราหมายถึง การที่คุณควรจะรู้ว่าคุณมีเวลาอยู่บนเวทีของคุณอยู่กี่นาที เพื่อที่คุณจะได้ใช้เวลาที่มีอยู่ให้คุ้มค่าที่สุดเท่าที่คุณจะทำได้ ด้วยการการแสดงเตรียมเพลงให้เหมาะสมกับเวลาที่มี, การเตรียมบทพูดคั่นหรือพูดเข้าเพลงที่เราจะร้อง ยิ่งถ้าคุณทราบว่าการแสดงชุดต่อจากคุณคือการแสดงอะไรของใคร ก็ยิ่งทำให้คุณสามารถเตรียมบทพูดส่งท้ายได้ง่ายขึ้น

กรณีศึกษาที่ 1 : ลองนึกภาพว่าคุณไม่รู้หรอกว่าคุณมีเวลาอยู่บนเวทีเพียง 15 นาที จากนั้นคุณก็เตรียมการมาอย่างดีในการร้องเพลง หวังว่างานนี้คุณเกิดแน่ เลยเตรียมเพลงมาสัก 7-8 เพลงดูสิครับ รับรองได้ว่าคุณอาจโดนสิ่งของชิ้นเล็กๆพอดีน้อยๆของคุณจากทางด้านหลังเวทีเป็นแน่ เพราะถึงเค้าจะเข้าใจดีว่าคุณทำได้ดี แต่ขอโทษทีเถอะมือ ปาเข้ามาที่ศรีษะเค้ากำลังรอคุณอยู่ เค้าจะได้แสดงมั่งแล้วกลับบ้านไปให้นมลูก

กรณีศึกษาที่ 2 : ลองนึกภาพว่าคุณไม่รู้หรอกว่าคุณมีเวลาอยู่บนเวทีเพียง 15 นาที จากนั้นคุณก็เตรียมการมาอย่างดีในการร้องเพลง หวังว่างานนี้คุณเกิดแน่ เลยเตรียมเพลงมา 1 เพลง เมื่อคุณร้องแล้วเดินเข้าหลังเวทีไปอย่างสวยงาม แต่ขอโทษทีเถอะ คุณรู้มั้ยว่า การแสดงคิวถัดจากคุณน่ะ เค้ายังไม่ได้แต่งตัวเลย เพราะเค้าคิดว่ายังเหลือเวลาอีกตั้ง 10 กว่านาที คุณรู้มั้ยว่าคุณทำให้คนอื่นลำบาก แล้วหลังจากนี้ก็คงไม่ค่อยมีใครอยากทำงานร่วมกับคุณ

4. ผู้ร่วมงาน คุณคงคิดล่ะสิว่าใครเล่าจะบ้าจำชื่อผู้ที่มาร่วมงานทั้งหมดนับพันคน ทางที่ดีนั้นเราคิดว่า คุณควรรู้จักแค่แขกสำคัญๆที่มางานก็พอ เพื่อที่คุณจะได้ขึ้นไปยืนอยู่บนเวที แล้วสามารถกล่าวคำทักทายอย่างเหมาะสมก่อนที่คุณจะเริ่มการแสดง

กรณีศึกษา : คุณลองนึกถึงผลลัพธ์ดูสิ ถ้าคุณต้องร้องเพลงในงานวันเกิดของเจ้านายของคุณพ่อของคุณ จากนั้นคุณก็ก้าวขึ้นสู่เวทีอย่างสง่างาม แล้วคุณก็กล่าวคำทักทายด้วยสีหน้าระรื่นว่า “สวัสดีครับ(ค่ะ) แขกผู้มีเกียรติทุกท่าน กระผม(ดิฉัน) มีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้มีโอกาสขึ้นมาร้องเพลง ในงานวันเกิดของ….ของ…..เอ่อ…ทานโทษนะครับ(คะ) กระผม(ดิฉัน)จำชื่อท่านไม่ได้น่ะครับ(ค่ะ)”

คุณเคยสังเกตไหมคะว่าคุณถือไมโครโฟนอย่างไร ทดสอบไมโครโฟนว่าเปิดหรือยัง ใช้ได้รึเปล่าด้วยวิธีไหน หลายคนอาจเห็นเป็นเรื่องเล็กน้อย แต่เราบอกได้เลยว่าไม่เล็กอย่างที่คิดหรอกนะคะ            

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: